คู่มือ Fulfillment
แพ็คสินค้าเอง vs ใช้ Fulfillment แบบไหนคุ้มกว่า?
โดย MY ARRAY · ปรับปรุงเนื้อหา
ไม่มีจำนวนออเดอร์เดียวที่บอกได้ว่าทุกร้านควรใช้ Fulfillment การตัดสินใจขึ้นอยู่กับต้นทุนรวม เวลาเจ้าของร้าน จำนวนชิ้นต่อออเดอร์ พื้นที่จัดเก็บ และเงื่อนไขการแพ็ค เปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกด้วยปริมาณงานและขอบเขตเดียวกัน

รายการต้นทุนที่มักตกหล่น
| ต้นทุน | แพ็คเอง | ใช้ Fulfillment |
|---|---|---|
| พื้นที่ | ค่าเช่าหรือมูลค่าพื้นที่ที่ใช้ | ค่าจัดเก็บและวิธีวัดพื้นที่ |
| แรงงาน | ค่าจ้างและเวลาที่เจ้าของร้านใช้ | ค่าหยิบและจัดการออเดอร์ |
| วัสดุและอุปกรณ์ | กล่อง วัสดุกันกระแทก เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์ | ตรวจสอบสิ่งที่รวมและคิดเพิ่ม |
| ขนส่งและงานแก้ไข | ค่าส่ง ส่งซ้ำ และจัดการสินค้าคืน | ขอราคาขนส่งและเงื่อนไขงานพิเศษ |
ตัวอย่าง 500 ออเดอร์ต่อเดือน
สมมติ 1 ชิ้นต่อออเดอร์ และพื้นที่คิดค่าบริการ 1 ม³: ค่าจัดเก็บ 700 บาท + ค่าหยิบ 1,500 บาท + ค่าจัดการออเดอร์ 5,000 บาท = ยอดย่อย 7,200 บาทต่อเดือน ตามราคาที่เผยแพร่ของ MY ARRAY
เพื่อให้เห็นวิธีคิด สมมติต้นทุนแพ็คเองประกอบด้วยแรงงาน 6,000 บาท พื้นที่ 2,000 บาท และอุปกรณ์เฉลี่ยต่อเดือน 500 บาท รวม 8,500 บาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นสมมติฐานเพื่อการอธิบาย ไม่ใช่ราคาตลาดหรือผลลัพธ์ของลูกค้า
ส่วนต่างเบื้องต้น 1,300 บาทยังสรุปว่าแบบใดถูกกว่าไม่ได้ ต้องเพิ่มวัสดุแพ็ค ขนส่ง รับเข้า ภาษี งานพิเศษ และต้นทุนอื่นที่เกี่ยวข้องให้ครบทั้งสองฝั่งก่อน
จำนวนชิ้นและพื้นที่เปลี่ยนผลลัพธ์
หากยังมี 500 ออเดอร์แต่เพิ่มเป็นออเดอร์ละ 2 ชิ้น ค่าหยิบจะเป็น 3,000 บาท และยอดย่อยรวมเป็น 8,700 บาทเมื่อพื้นที่เท่าเดิม หากพื้นที่คิดค่าบริการเพิ่มเป็น 2 ม³ ยอดย่อยจะเป็น 9,400 บาท เงื่อนไขของสินค้าจึงสำคัญพอ ๆ กับจำนวนออเดอร์
เมื่อใดแพ็คเองยังเหมาะ?
- มีเวลาและพื้นที่เหลือโดยไม่กระทบงานขาย
- ต้องปรับสินค้าแต่ละชิ้นหรือใช้ขั้นตอนเฉพาะที่ยังส่งต่อให้คลังไม่ได้
- ออเดอร์ยังไม่สม่ำเสมอ และเมื่อรวมค่าบริการครบแล้วต้นทุนภายในต่ำกว่า
เตรียมข้อมูลก่อนขอราคา
- รวบรวมออเดอร์ จำนวนชิ้น และยอดช่วงพีคอย่างน้อยหนึ่งช่วงการขายที่เป็นตัวแทน
- แยกเวลาทำงานคลังออกจากเวลาขายและบริการลูกค้า
- ส่งรายการ SKU ขนาดสินค้า วิธีแพ็ค และเงื่อนไขพิเศษให้ผู้ให้บริการ
- ขอใบเสนอราคาที่แจกแจงหน่วยคิดเงินและรายการที่ไม่รวม